เริ่มนับ วันที่ 1 ต.ค. 2559
 

 
 
หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงทำร้าย “ไต” แม้ไม่ได้กินเค็ม  
 

โรคไตเรื้อรัง
โรคไตเรื้อรัง คือ สภาวะที่ไตถูกทำลาย มีผลทำให้ความสามารถของไตในการทำงานลดลง เช่น การรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย การควบคุมน้ำและแร่ธาตุต่างๆ ในเลือด การกำจัดของเสียออกจากเลือด การกำจัดยาและพิษออกจากร่างกาย การหลั่งฮอร์โมนเข้าสู่กระแสเลือด เป็นต้น โดยสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคไตเรื้อรังคือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน รวมถึงสภาวะอื่นๆ เช่น ไตอักเสบ โรคถุงน้ำในไต เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยงของโรคไตเรื่องรัง
อาการโรคไต
ระยะของโรคไตเรื้อรัง

Download

โรคไตเรื้อรัง




ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคไต
การตรวจพบโรคไตสำคัญอย่างไร
เพราะโรคไตอาจมีอาการแย่ลงได้ทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว หลายคนไม่ทราบด้วยซ้ำว่าตนเป็นโรคไตอยู่จนกว่าจะมีอาการแย่แล้ว ดังนั้น การตรวจพบและได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ อาจทำให้โรคไตเรื้อรังคงตัวและหายได้ หากปล่อยไว้จนมีอาการแย่ลงจะนำไปสู่ภาวะไตวาย ซึ่งไตจะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติอีกต่อไป จำเป็นต้องได้รับการรักษา เช่น ฟอกเลือด หรือเปลี่ยนไต

ปัจจัยเสี่ยงของโรคไตเรื้อรัง
โรคเบาหวาน
ความดันโลหิตสูง
ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไตเรื้อรัง
อายุมาก
น้ำหนักเกินหรืออ้วน
สูบบุหรี่

เมื่อมีความเสี่ยงของโรคไตเรื้อรัง
หากมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไตเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจสุขภาพดังนี้
วัดความดันโลหิต
ตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะ โปรตีนเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับร่างกาย โปรตีนที่ผ่านการกรองแล้วจะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกาย เมื่อไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ โปรตีนจะรั่วออกมากับปัสสาวะ การตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะนั้นทำได้หลายวิธีด้วยกัน หากไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ได้ตรวจพบโปรตีนมาแล้วสองครั้ง หมายความว่ามีโปรตีนในปัสสาวะ ซึ่งเป็นสัญญาณของโรคไตเรื้อรัง
ตรวจเลือดตามปกติเพื่อหาค่าครีเอตินิน (creatinine) ซึ่งเป็นของเสียที่มาจากการทำงานของกล้ามเนื้อ ผลที่ได้จากการตรวจหาค่าครีเอตินินนั้นจะใช้ในการประเมินค่าการทำงานของไตหรือ GFR (glomerular filtration rate) ค่าการทำงานของไตนี้จะบอกว่าไตทำงานได้มากน้อยเพียงใด ค่าการทำงานของไตที่ต่ำอาจหมายถึงไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ หรือเสียหน้าที่ในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย

อาการของโรคไตเรื้อรัง
ผู้ป่วยโรคไตในระยะเริ่มแรกหลายท่านอาจไม่มีอาการรุนแรง จนกระทั่งโรคมาถึงขั้นร้ายแรงแล้ว อาจมีอาการดังต่อไปนี้
อ่อนแรง
คิดอะไรไม่ค่อยออก
เบื่ออาหาร
นอนไม่หลับ
ผิวแห้ง คัน
กล้ามเนื้อเป็นตะคริวตอนกลางคืน
เท้าและข้อเท้าบวม
ตาบวมน้ำ โดยเฉพาะในตอนเช้า
ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน

การตรวจเมื่ออาจเป็นโรคไตเรื้อรัง
แพทย์จะทำการตรวจที่เฉพาะเจาะจงเพิ่มขึ้นเพื่อวางแผนการรักษา โดยจะตรวจดังต่อไปนี้
คำนวณค่าการทำงานของไต ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการบ่งบอกว่าไตยังทำงานได้มากน้อยเพียงใด เพื่อให้แพทย์ทราบได้ถึงระยะของโรคไตและช่วยในการวางแผนการรักษา
ทำการตรวจอัลตราซาวนด์หรือ CT scan เพื่อถ่ายภาพไตและทางเดินปัสสาวะ เพื่อพิจารณาขนาดของไต ตรวจหาก้อนนิ่วหรือเนื้องอก และดูว่ามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับโครงสร้างของไตและทางเดินปัสสาวะหรือไม่
ตัดชิ้นเนื้อไตส่งตรวจ ซึ่งจะทำในบางกรณีเท่านั้นในการตรวจดูประเภทของโรคไตที่เฉพาะเจาะจง ดูว่าไตถูกทำลายไปมากน้อยเพียงใดและช่วยในการวางแผนการรักษา ในการตัดชิ้นเนื้อนั้น แพทย์จะนำเนื้อเยื่อเล็กๆ ของไตส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์

ระยะของโรคไตเรื้อรัง
ระยะของโรค
รายละเอียดของระยะต่างๆ
ค่าการทำงานของไต (GFR)
ระยะที่ 1
ไตเริ่มเสื่อม (มีโปรตีนในปัสสาวะ) ค่า GFR ปกติ
90 หรือมากกว่า
ระยะที่ 2
ไตเสื่อม ค่า GFR ลดลงเล็กน้อย
60-89
ระยะที่ 3
ค่า GFR ลดลงปานกลาง

30-59
ระยะที่ 4
ค่า GFR ลดลงมาก
15-29
ระยะที่ 5
ไตวาย
น้อยกว่า 15

ค่าการทำงานของไตจะบ่งบอกให้แพทย์ทราบได้ว่าไตทำงานได้มากน้อยเพียงใด เมื่ออาการโรคไตยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ค่าการทำงานของไต GFR ก็จะลดลงไปเรื่อยๆ เช่นกัน

 

ข่าว ณ. วันที่ 15 มี.ค. 2562 เวลา 10.57 น. โดย คุณ บุญเลิศ ปั้นโท

ผู้เข้าชม 4 ท่าน